จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
เมื่อคนเราเกิดมาไม่เท่ากัน แต่สิ่งหนึ่งที่เท่ากันคือเรามีเวลา 24 ชม. เท่าๆกัน
เรามักจะอ่านเจอกันบ่อยๆกับประโยคนี้ ในหนังสือหลายๆเล่ม วันนี้จึงขอยกประโยคนี้มาใช้บ้าง ^_^
เรื่องราวของการเดินทางของฉัน มีเมื่อวาน วันนี้ และอาจจะเป็นวันพรุ่งนี้
ฉัน....ไม่เคยรู้เลยว่าอนาคตจะต้องเป็นอย่างไร ช่วงเวลาไหนต้องทำอะไร
ช่วงอายุเท่าไหร่จะต้องเป็นแบบไหน ชีวิตขาดการวางแผนมาโดยตลอด
มีเดินไปผิดทางบ้าง เดินไปถูกทางบ้าง (เชื่อว่าหลายคนก็เป็น...)
เมื่อเรามานั่งมองย้อนไปถึงเวลาที่ผ่านมา เวลานั้นที่เราทุกคนเรียกมันว่า "อดีต"
เราจะทำอย่างไรเมื่อเรานึกเสียดายเวลาที่ผ่านมานั้น...นั่งร้องไห้เสียใจ ฟูมฟาย นึกน้อยใจตัวเองหรอ......หรือว่าเสียดายที่เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ นั่งมองดูตัวเองและมองคนรอบข้าง ต้องนึกในใจ เอ๊ะ!!!! ทำไมชีวิตเขาดีจัง แล้วเราละเราทำได้แค่นี้หรือ...ทำไมมันท้อแท้ ทำไมมันอ่อนแอ...บางคนคิดโทษตัวเองจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า....บางคนคิดโทษคนอื่นจนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ร้ายกาจ....
ไม่ใช่....ไม่ใช่ !!!!!
ความคิดเหล่านั้นมันไม่ใช่ความคิดของนักเดินทาง ลองมาเปลี่ยนความคิดกันหน่อยไหมบางที่อะไรที่ว่าแย่มันอาจจะดีขึ้นก็ได้....
เมื่อเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ "วันนี้" เรายังมี รีบสำรวจตัวเองเลยว่างร่างกายเรายังครบสมบูรณ์แบบหรือป่าว เรายังมีรอยยิ้ม เรายังมีจิตใจอยู่หรือป่าว แล้วเตรียมออกเดินทางกันได้แล้ว....การเดินทางของแต่ละคนแตกต่างกัน เมื่อวันนี้เรามีเวลา 24 ชม. เท่ากันเราก็เริ่มการเดินทางในแบบของเราสิ อะไรที่เราถนัด อะไรที่เราทำแล้วมีความสุข อะไรบ้างที่เหมาะกับเรา เราต้องรู้จักเราและต้องรู้จักใจเรา ถ้าเราไม่รู้จักใจเราแล้วใครจะมารู้ใจเราดีไปกว่าเราได้ ที่เรายังไม่รู้เรายังสับสนอาจเพียงเพราะเรามองคนอื่นมากไปจนลืมหันมองและใส่ใจเราเองหรือเปล่า มองในที่นี้คือมองชีวิตคนอื่นมากไป เคยสังเกตไหมว่าในบางครั้งเรารู้เรื่องของคนอื่นมากกว่าเรื่องของตัวเองซะอีก......และคนแบบนี้ก็มีเยอะนะที่รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง (หยอกๆ....แต่มันจริงนะ) ^0^
วันนี้ก็กลับมาดูแลตัวเองบ้าง มาดูบ้างว่าจริงๆแล้วเราต้องการอะไร บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องอยากได้ในสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องมีหรือไม่จำเป็นต้องใช้มันเพียงเพราะเห็นคนอื่นมี
....ลองนึกดูสิว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้เราทุกข์ใจมากเกินไปไหม....ใช้ชีวิตต้องให้มันขึ้นอยู่กับความพอดี ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความพอใจของคนอื่น^_^
นึกออกหรือยังว่าวันนี้เราอยากจะทำอะไร....ไม่ว่าอดีตเราจะทำอะไรไม่เคยสำเร็จเรามาลองทำในวันนี้ดูสิ เริ่มจากอะไรก็ได้ที่มันง่ายๆก่อน เก็บแต้มความภูมิใจไปทีละนิดที่ละน้อย ถึงไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นภูมิใจแต่มันเป็นเรื่องที่เราภูมิใจเมื่อเราภูมิใจเราก็สุขใจ หรือให้พูดแบบวัยรุ่นก็คงจะใช้คำว่า "มันดีต่อใจ" แค่นี้คงเพียงพอแล้ว มันเป็นการเสริมสร้างกำลังใจของนักเดินทางอีกแบบ
ในเวลา 24 ชม. เราใช้เวลากับอะไรมากที่สุด อย่าโทษว่าเวลาแต่ละวันทำไมเดินเร็ว หรือทำไมเดินช้า ทั้งๆที่ทุกวันมันมี 24 ชม. ทั้งปี ไม่เคยมีเลยว่าปีนี้เวลาจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ชม.แล้วนะ 1 วัน มี 24 ชม. เท่าเดิมไม่เพิ่มไม่ลดอย่าต่อรอง ^_^ """ โทษตัวเองบ้างดีกว่า ใน 24 ชม. นี้เราทำอะไรเพื่อตัวเองแล้วบ้าง บางคนใช้เวลากิน นอน เล่นเกมส์ สังสรรค์ เฮฮา สะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนมากสิ่งที่เราทำในทุกวันมันคือความเคยชิน ลองเปลี่ยนความเคยชินนั้นบ้างดีไหม....
...หากความชินนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตยังย่ำอยู่ที่เดิม....
หรือว่าพอใจกับความเคยชินนั้นแล้ว ????? (หรอ) วันนี้ไม่ต้องรีบแต่ค่อยปรับตัวค่อยๆเพิ่มพลังใจ ทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้มีสองด้านเสมอ อยู่ที่จิตใจเราจะมองเห็นด้านไหน....คงไม่มีอะไรยากเกินถ้าเราลงมือทำลงมือทำ
การกระทำในวันนี้จะส่งผลถึงวันพรุ่งนี้....
แล้ววันนี้เราเลือกที่จะให้วันพรุ่งนี้เป็นอย่างไร ???
"ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ"
ถึงชีวิตจริงอาจไม่ได้เป็นเหมือนบทเพลง
ชีวิตไม่ได้มีพรุ่งนี้เสมอเหมือนเพลงของพี่ตูน....บอดี้แสลม
แต่เราสามารถทำวันนี้เผื่อวันพรุ่งนี้ได้เสมอนะ....
ทำไม...ชีวิตถึงไม่เหมือนบทเพลง เพราะชีวิตเราไม่ได้เป็นนิรันทร์เพื่อที่จะรอวันพรุ่งนี้ตลอดไป.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น